เชคลิสทำseo

3 เช็คลิสต์ ปี 2023 จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจต้องทำ SEO

สวัสดีปีใหม่สำหรับทุกคนที่ทำธุรกิจครับ โพสแรกของปีนี้ ผมเจ เอสอีโอ ขออวยพรให้ธุรกิจของทุกคนในปีนี้ได้ยอดขายที่เติบโตกันทุกคนครับ ❤️

สำหรับปีนี้หากใครสงสัยว่าธุรกิจควรที่จะทำ SEO หรือไม่ แน่นอนว่าการทำ SEO นั้นมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นจะลงทุนแต่ละครั้งเราก็อยากรู้ความคุ้มค่าที่จะตามมา

ความคุ้มค่าในที่นี้ผมแบ่งใหญ่ๆเป็น 2 อย่างคือ รายได้เพิ่ม และ ต้นทุนลด (หรือค่าโฆษณาปัจจุบันลดลง)

  • เช็คลิสต์ตัวเองว่าเหมาะกับการทำ SEO หรือไม่
  • ประโยชน์ของการทำ SEO

แน่นอนว่าการทำ SEO จะช่วยให้เราได้ทั้งสอง โพสนี้ผมมี “3 เช็คลิสต์” มาช่วยธุรกิจเช็คต้นปีว่า เหมาะกับการทำ SEO หรือไม่

3 เช็คลิสต์ว่าธุรกิจควรทำSEOหรือไม่?

Checklist 1 Keyword & Search Volume

สิ่งสำคัญคือเราต้องรู้ว่า”ลูกค้า”ในธุรกิจของเรานั้นค้นหาคำว่าอะไรบนกูเกิ้ล(keyword) จากนั้นจึงมาดูปริมาณการค้นหา (Search Volume) เพื่อรู้ Demand ในธุรกิจของเรา

เช่นถ้าเราขายวัสดุก่อสร้างท่อ PVC. คำว่า “ท่อpvc” มีการค้นหาอยู่ที่ประมาณ 27,100 ครั้ง/เดือน และคำว่า ราคาท่อ pvc มี Search Volume ที่ 8,100 ครั้ง/เดือน

คำถามคือ 2 คำนี้ คำที่มี Search Volume มากกว่าย่อมดีกว่าใช่ไหม?

ถ้ามองในเรื่องคนเข้าเว็บไซต์(Traffic) ก็อาจจะใช่ครับ แต่ถ้าเรามองเรื่องของยอดขาย บางคีย์เวิร์ดมีการค้นหาที่น้อยกว่า แต่! กลับสร้างยอดขายที่มากกว่าด้วยคีย์เวิร์ดที่ต่างกันนิดเดียว

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเราต้องรู้คีย์เวิร์ดของลูกค้าที่ค้นหาเรา

แล้วถ้าเรายังไม่แน่ใจละ?? นั่นคือวิธีที่สองที่เราจะใช้

Checklist 2  เช็คคู่แข่ง

การเช็คคู่แข่งจะช่วยให้เรารู้ทั้งคีย์เวิร์ดที่คู่แข่งใช้ และรู้จำนวนลูกค้า โดยหลักๆนักทำSEO จะใช้เครื่องมือ ahref.com. เป็นเครื่องมือหลักในการส่องเว็บชาวบ้าน ราคาจะอยู่ที่ $99 ต่อเดือน

หรือถ้าถูกลงมาหน่อยก็จะเป็น Ubersuggest ราคาประมาณ 4xx บาทต่อเดือน ราคาถูกกว่า แต่ ส่วนตัวผมก็แนะนำเว็บแรกมากกว่า

แต่ถ้าใครอยากได้วิธีที่ไม่ต้องเสียเงินและมีผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO โดยตรงวิเคราะห์ให้ (ขายของ) แนะนำบริการจาก Funnel.in.th วิเคราะห์โดยนักทำSEOโดยตรงไม่ผ่านเซลขาย สามารถคลิกที่ลิงก์นี้ได้ครับ

Checklist 3 มองธุรกิจปัจจุบันของเราว่ามีสัดส่วนIncome จาก “การโฆษณา” และ “ออแกนิค” มากน้อยแค่ไหน

มีหลายธุรกิจในปัจจุบันที่มีรายได้หลักมาจากการยิงโฆษณาอยู่ที่ 70-80%. ซึ่งในระยะสั้นข้อเสียของการพึ่งพาแอดโฆษณาคือความไม่แน่นอน บ้างก็ราคาแอดขึ้น บ้างก็เพจโดนปิด

เหมือนอย่างเพจของผมที่และเฟสบุ๊คที่พึ่งโดนปิดไปแบบไม่รู้เหตุผล (เศร้ามาก)

SEO เลยเป็นคำตอบ คุณรู้ไหมครับว่ามีหลายธุรกิจมากที่ทำSEO ที่มีสัดส่วน Income มาจากออแกนิค อยู่ที่ 50-80%!! ถือว่าเยอะนะครับ

สรุป

ปี 2023 จะเป็นปีที่ธุรกิจที่เริ่มทำ SEO จะเริ่มเก็บเกี่ยวรายได้แบบออแกนิคในช่วงเดือนพฤษภาคม ดังนั้นใครมองหาแผนระยะยาวทางธุรกิจ สำหรับผมยังไงก็มองว่า SEO คือหนึ่งในคำตอบครับ

#ขยายสเกลธุรกิจด้วยSEO


🚀แอดไลน์เพื่อติดตามเนื้อหาSEO ที่แชร์จากประสบการณ์ตรง พร้อมเนื้อหาพิเศษที่แจ้งเฉพาะเพื่อนๆในไลน์ คลิกที่ลิงก์นี้ครับ https://lin.ee/lLaQUPv


📌 เว็บไซต์ Funnel.in.th

📌 กลุ่มแชร์ความรู้ด้าน Google marketing https://rgkit.co/PP3Kz7RT

Similar Posts